การขยายพันธุ์พืช หมายถึง การเพิ่มจำนวนต้นพืชให้มีปริมาณมากขึ้น โดยคงไว้ซึ่งคุณสมบัติ ลักษณะ และคุณภาพในการผลิตให้ดีเท่าเดิมหรือดียิ่งขึ้นไป ซึ่งการขยาย พันธุ์พืชจะทำให้ได้รับประโยชน์ ดังนี้
  1. ทำให้ได้ต้นพืชใหม่สำหรับปลูก
  2. ทำให้เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
  3. ทำให้ได้พันธุ์พืชใหม่ที่ดีกว่าเดิม
  4. ทำให้พันธุ์พืชเดิมไม่สูญพันธ์
การขยายพันธุ์พืชมีหลายวิธี ดังนี้
  1. การเพาะเมล็ด เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยใช้เมล็ดในการเพาะพันธุ์ ซึ่งการขยาย พันธุ์พืชโดยใช้เมล็ดจะทำให้รักษาพันธุ์พืชเดิมไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ นิยมใช้กับไม้ดอก ไม้ประดับ ผักและผลไม้บางชนิด เช่น ดอกดาวเรือง ดอกทานตะวัน ผักบุ้ง
การเพาะเมล็ดมีวิธีทำได้ 2 วิธี คือ
1) การเพาะในภาชนะ ได้แก่ การเพาะเมล็ดในกระบะ กระถาง ถุงพลาสติก หรือภาชนะอื่นๆ ทำได้โดยนำดินร่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์ ใส่ลงไปในภาชนะ แล้วนำเอาเมล็ดลงเพาะ โดยใช้วิธีหว่านให้ทั่วภาชนะ หรือใช้เมล็ดฝังลงในดินก็ได้ จากนั้นก็ดูแลรักษาโดยการรดน้ำเช้า-เย็น และคอยหมั่นกำจัดวัชพืช และพรวนดินบ่อยๆ จนเมล็ดออกเป็นต้นกล้า แล้วจึงนำไปปลูกในสถานที่ปลูกต่อไป
2) การเพาะในแปลงเพาะ เป็นการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะที่จัดเตรียมไว้แล้ว การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะนิยมทำกันเมื่อต้องการต้นกล้าในปริมาณมากๆ ซึ่งมีวิธีทำดังนี้
– การเตรียมแปลงเพาะ เลือกบริเวณที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีวัชพืชน้อย อยู่ใกล้น้ำ
– การเตรียมดิน ขุดพลิกดิน แล้วตากดินให้แห้ง จากนั้นย่อยดินให้ละเอียด แล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์ผสมให้ทั่ว
– การหว่านเมล็ด ควรหว่านเมล็ดทั่วแปลงหรือหว่านเป็นแถว แล้วแต่ชนิดของพืชที่ต้องการปลูก
– การกลบเมล็ด ควรกลบให้หนา 2-3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ด
  1. การตัดชำ เป็นการขยายพันธุ์พืชชนิดหนึ่ง ซึ่งทำได้โดยการตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของ ลำต้น ใบ หรือราก ไปปักชำไว้ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งพื้นที่นั้นต้องมีความเหมาะสมทั้งด้าน ความชื้น อุณหภูมิ และอากาศ
พืชที่มักนิยมขยายพันธุ์โดยวิธีตัดชำ
– ไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น โกสน กุหลาบ มะลิ คว่ำตายหงายเป็น
– ไม้ผล เช่น ส้ม องุ่น ชมพู่
การตัดชำมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
1) จัดเตรียมวัสดุที่ใช้ในการตัดชำ วัสดุที่นำมาใช้ในการตัดชำพืชแต่ละชนิดมีความ แตกต่างกันตามคุณสมบัติของพืชชนิดนั้นๆ แต่วัสดุที่มักนิยมนำมาใช้ ได้แก่ ขี้เถ้า แกลบ ทรายหยาบ ดินผสม ขุยมะพร้าว เป็นต้น
2) จัดเตรียมพันธุ์พืชที่นำมาใช้ในการตัดชำ พืชที่นำมาใช้ในการตัดชำมีหลายประเภท ซึ่งในการนำพืชมาใช้ตัดชำย่อมขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของพันธุ์พืชชนิดนั้นๆ เช่น
– การตัดชำต้น หมายถึง การนำกิ่งหรือลำต้นที่แก่และสมบูรณ์ แข็งแรง มาปักชำ ในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ พืชที่นิยมนำลำต้น หรือกิ่งมาตัดชำ เช่น กุหลาบ มะระ เฟื่องฟ้า โกสน เป็นต้น
– การตัดชำใบ หมายถึง การนำใบที่แก่ และสมบูรณ์ของพืชมาใช้ตัดชำ พืชที่ นิยมนำใบมาใช้ตัดชำ เช่น กุหลาบหิน ใบคว่ำตายหงายเป็น โคมญี่ปุ่น เป็นต้น
– การตัดชำราก หมายถึง การนำรากที่สมบูรณ์ของพืชมาใช้ตัดชำ พืชที่นิยมนำ รากมาใช้ในการตัดชำ เช่น สาเก ฝรั่ง ขนุน เป็นต้น
  1. การติดตา เป็นการขยายพันธุ์โดยการเอาเฉพาะแผ่นตามีอยู่ตาเดียว ไปติดบนเนื้อไม้ ของต้นตอ แล้วตาบนแผ่นตานั้นเจริญต่อไปเป็นกิ่งก้านสาขา แล้วเป็นพืชต้นใหญ่อีกต่อไป การติดตามีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะสมกับพืชต่างชนิดกัน
1) การคัดเลือกต้นตอ ต้นตอที่ดีต้องเป็นต้นที่สมบูรณ์และแข็งแรง เข้ากับกิ่งพันธุ์ดี ได้ดี ออกรากได้ง่าย แข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้านทานโรคแมลงได้ดี
2) การคัดเลือกตา ตาที่ดีจะต้องเป็นตาที่จะแตกเป็นกิ่งก้านสาขา มีลักษณะอูมเปล่ง สมบูรณ์แข็งแรง
3) วิธีการติดตา การติดตามีหลายวิธี แต่จะยกตัวอย่างติดตาแบบตัวที ซึ่งเป็นวิธี ที่นิยมมาก ดังนี้ วิธีนี้ใช้กับต้นตอที่มีเปลือกล่อน สามารถลอกเปลือกออกได้ง่าย ไม่บางหรือหนาเกินไป และต้นตอมีขนาดไม่โตเกินไป มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1/2 นิ้ว วิธีการคือ กรีดต้นตอเป็นรูปตัวที แล้วเฉือนตาพันธุ์ดีเป็นรูปโล่ โดยให้ติดไม้เล็กน้อย สอดแผ่นตาเข้าไปในรอยแผลที่กรีดบนต้นตอ ตัดส่วนที่เลยหัวตัวที พันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน ซึ่งการติดตาวิธีนี้ใช้กับพืชทั่วไป เช่น กุหลาบ พุทรา ส้ม หลังจากติดตาได้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ให้เปิดผ้าพันตา แล้วพันใหม่โดยเว้นตา จากนั้นตาจะงอกกิ่งออกมาเป็นพืชต่อไป